ladyygholic View my profile

[LF] Tomorrow - part 4

posted on 06 Apr 2012 19:47 by noocream445 in Fiction directory Fiction
Title : Tomorrow
Part : 4
Author : ladyygholic
Pairing : TEMG
Rate : PG13
 
 
 
 
 
4
 
 
 
 

เสียงหัวเราะคิกคักน่าฟังดังขึ้นเมื่อเกิดสัมผัสชวนจั๊กจี้บริเวณหน้าท้องขาวนวล ร่างสูงกดจมูกสูดกลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนจากหน้าท้องของคนตัวเล็ก สันจมูกโด่งไล้วนไปทั่ว มีเพียงแค่ผ้าบางๆ จากเสื้อยืดสีขาวสะอาดตากั้นสัมผัสเอาไว้ ซึ่งก็ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้สักเท่าไหร่ ท่อนแขนโอบรัดเอวบางเอาไว้นอน นอนหนุนตักคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ที่รัก’ อย่างสบายใจ


มือขาวปัดปอยผมที่หล่นลงมาปรกใบหน้าหล่อเหลาออกอย่างเบามือ ส่งยิ้มหวานชวนใจเต้นให้คนที่อาศัยตักตัวเองเป็นหมอนหนุนนอน


ซึงฮยอนส่งยิ้มกลับให้จียง เรือนผมสีบลอนด์ทองช่วยขับให้ร่างบางดูขาวขึ้นอีกเป็นกอง จียงตัวเล็กมากถ้าเทียบกับผู้ชายโดยปกติทั่วไปแล้ว ผิวขาวอมชมพูกับปากสีแดงน่าสัมผัสทำให้เด็กหนุ่มดูน่ารักน่าเอ็นดูเสียยิ่งกว่าเด็กสาวบางคนเสียด้วยซ้ำไป จียงมีผิวที่เนียนสวยเหมือนกับเด็กตัวน้อยๆ เชิญชวนให้เขานึกอยากสัมผัสอยู่เสมอ


เขาซุกจมูกลงกับหน้าท้องของจียง พลางสูดกลิ่นหอมจนเกิดเสียงดังอย่างตั้งใจ ร่างบางหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อย ก่อนจะฟาดมือลงมาเบาๆ บนแก้มนิ่มๆ ของเขา


“ทำอะไรน่ะฮยอง มันจั๊กจี้นะ”


“ก็มันหอม..”


ร่างสูงตอบหน้าตาเฉย พลางกดจมูกลงสูดกลิ่นหอมจากหน้าท้องขาวอีกที จียงตัวหอม ยิ่งดมก็ยิ่งหอม พอยิ่งหอมก็ยิ่งอยากดม  พอดมแล้วก็หยุดไม่ได้..


“พอแล้ว ไม่เอาแล้ว อยากดมก็ไปดมของตัวเองสิ”


จียงผลักหัวเขาออกแล้วทำท่าเหมือนจะลุกขึ้นหนี แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะปล่อยให้หลุดรอดไปได้ มือหนาคว้าเอวร่างบางก่อนจับลงกดกับโซฟา จัดแจงท่าทีให้เรียบร้อยจนสุดท้ายตัวเองก็คร่อมร่างบางไว้ในท่าทีชวนให้ใจหวิว


คิดอยากจะแกล้งก็แกล้ง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนใต้ร่างจนห่างกันเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ลมหายใจที่อุ่นจนร้อนเป่ารดข้างแก้ม จนใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก


“ฮยอง.. อย่าแกล้งกันสิ” เสียงหวานเอ่ยครางเครือ พลางยื่นปากน้อยๆ อย่างเง้างอน เขายิ่งเห็นท่าทีของจียงก็ยิ่งอยากแกล้ง คนอะไรยิ่งงอนยิ่งน่ารัก ปากหยักลอบยิ้มบางๆ ก่อนเอ่ยคำหวานหยอกล้อคนตัวเล็กต่อไป “ก็นาย..น่ารัก”


“ฮยอง.. ทำไมถึงชอบแกล้งผมนักล่ะ”


“พี่ไม่ได้แกล้งนายสักหน่อย”


ซึงฮยอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร่างบางมากขึ้นอีก ปลายจมูกโด่งไล้ไปยังข้างแก้มจนถึงปลายหู เขานึกสนุก แกล้งเป่าลมร้อนๆ เข้าไปในรูหูเล็กของจียง เด็กหนุ่มหดคอด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ริ้วขึ้นมาจนขนลุกชัน เสียงหวานครางอือในลำคอ ก่อนใช้กำปั้นขาวทุบลงเบาๆ บนไหล่ของคนตัวสูง


“แบบนี้เหรอที่เรียกว่าไม่แกล้งน่ะ”  


“ก็นายน่ารัก..” ปากหยักสวยจรดจูบลงบนหน้าผากของจียง “ตัวก็หอม” สันจมูกโด่งสูดกลิ่นหอมจากแก้มนุ่ม “แถมอร่อยอีกต่างหาก” ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงบนเนื้อนิ่มสีแดงสด ลิ้นร้อนควานหาความหวานจากโพรงปากสีหวานไปทั่ว บดเบียดเคล้าคลึงจนคนใต้ร่างอ่อนระทวย ไม่ปล่อยโอกาสให้ร่างเล็กได้สูดหายใจ


เนิ่นนาน แต่กลับไม่มีใครอยากหยุด จูบร้อนแรงแต่กลับแฝงไปด้วยรสชาติหวานจนแทบขาดใจ มือหน้าสอดแทรกผ่านใต้เสื้อตัวบาง ลูบไล้ผิวเนียนสวย จียงครางเสียงหวาน ทุบกำปั้นเล็กลงบนอกแกร่งเพื่อท้วงขออากาศหายใจ


ซึงฮยอนผละริมฝีปากออก แต่ก็แสนอ้อยอิ่งเหลือเกิน จียงนอนหอบคล้ายคนขาดอากาศหายใจ เขารู้สึกหมั่นไส้คนใต้ร่างอย่างบนไม่ถูก จึงใช้ฟันขาวขบลงบนแก้มนิ่มไปเสียหนึ่งที


ยังไม่หายอยาก เขาอยากจูบจียงมากกว่า จูบให้หายคิดถึง แต่ยิ่งจูบเขาก็หยุดตัวเองไม่ได้ หลายครั้งที่เผลอไผลทำอะไรที่มากกว่าแค่จูบ...


เมื่อเห็นว่าซึงฮยอนทำท่าจะก้มลงมาจูบอีก จียงก็ผลักอกแกร่งเบาๆ มองค้อนเขาอย่างน่ารัก พลางหันหน้าหนีไปทางอื่นราวกับว่าเบื่อเขาเสียเต็มประดา


“ไม่เอา พอแล้ว”


“งั้น.. ตอบคำถามพี่มาก่อนสิ”


“อะไร?”


คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันจนยุ่งเหยิง สีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นก็คงไม่พ้นเรื่องคำถามของเขา


“สัญญาก่อนว่าจะตอบทุกคำถาม”


“ถ้าตอบได้ก็จะตอบ” 


เหมือนพอใจที่ได้กวนประสาทเขาบ้าง จียงยิ้มกว้างเสียจนเห็นฟันครบทั้ง 32 ซี่ เหมือนเด็กตัวน้อยๆ ที่ได้ของเล่นที่ถูกใจ น่าเอ็นดูเสียเหลือเกินในสายตาของชเวซึงฮยอน


“ทำไม..นายถึงทิ้งพี่ไป”


บรรยากาศเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาเอ่ยถามออกไป จียงหุบยิ้มลง ทำหน้าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังปิดบังเขาเอาไว้ จียงเป็นคนสังเกตง่าย ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกยังไง หรือกำลังคิดอะไร ทุกอย่างก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านทางสีหน้าและแววตา เพราะอย่างนั้นตอนนี้จียงถึงได้กำลังหลบตาเขาอยู่..


“ฮยอง.. ผมคิดว่าเราคุยเรื่องนี้กันรู้เรื่องแล้วเสียอีก”


“พี่อยากรู้จียง”


“ผมบอกไปแล้วว่าผมบอกพี่ไม่ได้”


“ทำไม?”


ร่างบากกัดปากตัวเองอย่างที่ชอบทำเวลาที่มีอะไรให้ต้องคิด จียงดูหนักใจไม่น้อยในเวลานี้ เขารู้ว่าเขาทำให้จียงรู้สึกไม่ดี แต่ตอนนี้เขาก็รู้สึกไม่ดีไม่แพ้กัน..


เขาเองก็แค่อยากรู้ ว่าเขาทำอะไรไม่ดี หรือบกพร่องตกไหน เขาอยากจะแก้ไขเพื่อให้จียงไม่ทิ้งเขาไปอีก..


“ผมบอกพี่ไม่ได้จริงๆ”


“นายตอบคำถามพี่ไม่ได้”


“นั่นมันเป็นเพราะว่าคำถามมันยากเกินไปยังไงล่ะฮยอง”


จียงออดอ้อนเขาเสียงหวาน ใช้ความพยายามทำให้เขาเห็นใจ เขาอยากบอกเหลือเกินว่าต่อให้จียงอยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย แค่เห็นสีหน้าเว้าวอนแค่นั้น หัวใจเขาก็แทบตกลงไปอยู่แทบเท้า


ความรู้สึกของจียงสำคัญกับเขามากกว่าสิ่งใด มากกว่าความรู้สึกของตัวเขาเอง..


“งั้นพี่เปลี่ยนคำถาม”


จียงนิ่งเงียบ ตั้งใจฟังคำถามต่อไปจากเขา สีหน้าของจียงดูดีขึ้นมาหน่อย เหมือนโล่งใจที่เขาไม่ติดใจอะไรกับคำถามที่จียงตอบไม่ได้


“ทำไมนายถึงกลับมาหาพี่ล่ะ?”


“พี่ถามผมยากอีกแล้ว”


“พี่ไม่เห็นว่ามันจะยากตรงไหนเลยจียง”


“แต่สำหรับผม..มัน..ยาก”


“พี่ก็แค่อยากรู้.. ไม่ได้เหรอ?”


เขาแกล้งพูดเสียงเล็กเสียงน้อย ทำหน้าตาเศร้าๆ เหมือนที่จียงทำกับเขาบ้าง ร่างบางกรอกตาไปมาเหมือนกำลังตัดสินใจว่าตัวเองควรจะตอบคำถามของเขาหรือเปล่า 


ตอนนี้เขายังนอนคร่อมร่างจียงอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจียงจะคิดอะไร เขาก็สังเกตเห็นได้จากสีหน้าของจียงเสมอ เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลุดทำอะไรเอาไว้ จียงชอบกัดปากเวลาที่มีอะไรให้คิด แล้วก็ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่าตัว ว่าการกระทำแบบนั้นมันน่ารักแค่ไหน


“ผมก็แค่อยากใช้เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ผมก็แค่อยากไขว่คว้าความสุขเอาไว้ก่อนที่ผมจะต้องสูญเสียทุกอย่างไป  ผมก็แค่อยากอยู่กับพี่..จนถึงวินาทีสุดท้าย” 


ใบหน้าเล็กเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด จียงพูดเสียงเครือคล้ายคนจะร้องไห้ เขาจูบปลอบเบาๆ ที่หน้าผาก ลูบเรือนผมสีบลอนด์ทองอย่างเบามือ


“นาย..หมายความว่ายังไง?”


“ฮยอง.. ได้โปรด อย่าถามอะไรผมอีกเลย”


จียงสบตาเขา น้ำใสเอ่อล้นจากขอบตา ไหลรินลงเป็นทางยาวบนใบหน้าสวย รู้สึกเหมือนมีใครเอามีดมาปักลงกลางใจเขา เขาเองที่ทำให้จียงร้องไห้


“พี่ไม่น่าถามนายเลยจียง..”


เสียงสะอื้นชวนให้ใจหวิว ยิ่งเขาปลอบ จียงก็ยิ่งร้อง ตาคู่สวยแดงก่ำอย่างน่าสงสาร ร่างบางหอบสะอื้นจนตัวโยน สั่นเทาคล้ายลูกนกตัวน้อยที่พลัดตกจากรัง


เขาใช้ริมฝีปากจูบซับน้ำตาให้คนใต้ร่าง พูดจาปลอบประโลมหวังให้คนตัวเล็กหยุดร้องไห้ให้เขาใจเสีย ส่งยิ้มหวานหวังให้จียงอุ่นใจได้บ้าง 


ซึงฮยอนลุกขึ้นนั่ง ก่อนคว้าจียงเขามากอดแนบอก อ้อมกอดอบอุ่นจากคนรักคงช่วยให้จียงรู้สึกดีได้บ้าง มือหนาลูบไล้เรือนผมอย่างเบามือ ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้คนในอ้อมกอดอุ่นใจ


“ถ้าพี่ไม่ถาม นายคงจะไม่ร้องไห้แบบนี้”


ร่างบางสะอื้นเป็นครั้งสุดท้าย พลางใช้เสื้อของเขาเป็นผ้าเช็ดน้ำตา จียงผละตัวออกจากเขา รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นในตอนนี้ เสียงหวานเอ่ยพูดด้วยเสียงที่เบาจนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวขาทั้งวัน..

 

 

 

 

- - - - - - - - - - 

 

 

 

 

ตาคมทอดสายตามองร่างบางที่ยืนเลือกเสื้อผ้าในตู้อย่างอารมณ์ดี ร่างบางหยิบเสื้อยืดตัวหนึ่งขึ้นทาบกับตัวพลางมองตัวเองในกระจก ก่อนจะเปลี่ยนเอาเสื้ออีกตัวมาลองทาบดูบ้าง ทำแบบนี้อยู่หลายครั้งเหมือนไม่รู้จักเบื่อ


“ฮยอง ใส่ตัวนี้ดีมั้ย?”


ซึงฮยอนฉีกยิ้มกว้าง ลุกขึ้นจากเตียงสีขาวสะอาดตา เดินตรงไปกอดร่างบางจากด้านหลัง สูดกลิ่นหอมจากซอกคอให้ชื่นใจ ก่อนเอ่ยคำหวานที่ทำให้ร่างบางหน้าแดงซ่านคล้ายผลแอปเปิ้ล


“ควอนจียง.. ใส่อะไรก็น่ารัก ต่อให้ไม่ใส่อะไรเลย..ก็ยังน่ารัก”


“บ้า..”


เขาพลิกตัวจียงให้หันมาสบตา ดันตัวร่างบางให้เข้ามาแนบชิด สองตาประสานกันเนิ่นนาน รับรู้ได้ถึงก้อนเนื้อตรงอกซ้ายของอีกฝ่ายที่เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง คล้ายว่าจะทะลุออกมานอกอกก็ไม่ปาน ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ พลางหลุบตาลงมองพื้นหลบสายตาคมกริบของซึงฮยอน


“บ้าแล้ว..รักหรือเปล่า?”


“นี่ฮยอง..ไม่มีใครถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้วหรอกนะ” จียงทำท่าเขินอายราวกับหญิงสาว พลางช้อนสายตาหวานขึ้นมองเขาอย่าเง้างอน  


“ก็อยากได้ยินอีกนี่”


ริมฝีปากบางกระซิบเบาๆ ข้างใบหู ฟันขาวขบลงเบาๆ บนเนื้อนิ่มพอให้รู้สึกซาบซ่าน ลิ้นร้อนหยอกเล่นกับติ่งหูของควอนจียงอย่างสนุกสนาน ตาคมทอประกายแวววับเหมือนได้ของเล่นที่ถูกใจ


“ว่าไง? พูดให้ชื่นใจหน่อยสิ”


แขนแข็งแกร่งรั้งเอวบางให้ชิดตัวมากขึ้น มือใหญ่เริ่มซุกซนไปทั่วแผ่นหลังของร่างบาง จียงใส่เพียงแค่เสื้อยืดสีขาวเนื้อบาง จึงไม่ต่างอะไรกับการที่เขากำลังลูบไล้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ใส่เสื้อ ฝ่ามือหนาถูกสอดเข้าไปใต้ผ้า ปลายนิ้วเขี่ยหลังขาวเนียนเบาๆ อย่างเชื่องช้า ลากไล้ลงมาจนหยุดที่ขอบกางเกงยีนส์ตัวฟิต 


ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อซึงฮยอนทำท่าจะล้วงเข้าไปใต้กางเกง ร่างบางพยายามดิ้นออกจะอ้อมแขนแข็งแกร่งของร่างสูงแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เมื่อเทียบกับเขาแล้ว จียงถือว่าตัวเล็กกว่ามาก ตัวบางๆ แบบนี้จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสู้?


“อย่านะ! อย่าล้วงเข้าไปนะ!”


เสียงแหลมแหวใส่เขา หน้าตาและท่าทางของจียงตอนนี้ทำให้ซึงฮยอนอดหัวเราะไม่ได้ จียงมองเขาอย่างค้อนๆ พลางพองลมในแก้มจนมันป่องออกมาอย่างน่ารัก


มือใหญ่ทำท่าจะล้วงเข้าไปในกางเกงอีก ซึงฮยอนแกล้งสอดนิ้วลงไปในช่องขอบกางเกงอย่างช้าๆ จียงร้องกรี๊ดออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะทุบกำปั้นน้อยๆ ลงมาบนอกเขาสองสามที


“ถ้าไม่อยากให้ล้วง ก็พูดมาสิ”


“ให้ตายก็ไม่พูดหรอก”


ใบหน้าสวยเสมองไปทางอื่น เชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจว่ายังไงก็จะไม่พูดคำนั้นออกมาเป็นแน่ ซึงฮยอนนึกขำ เขาอยากแกล้งจียงให้มากกว่านี้


ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้เขาเป็นอะไร แต่พอเขาเห็นจียงทีไร ความรู้สึกอยากแกล้งมันก็เข้ามาในหัวเขาเสมอ อาจจะเป็นเพราะจียงน่ารักเกินไปก็ได้ล่ะมั้ง..


ซึงฮยอนสอดมือเข้าไปใต้กางเกงยีนส์ พอจียงหันมามองตาขวางใส่ ร่างสูงก็ทำหน้าตาใสซื่อพลางยักคิ้วให้อย่างยียวน 


“หยุดนะฮยอง! ถ้าพี่ล้วงเข้าไปผมจะโกรธจะโกรธพี่จริงๆ ด้วย!”


“’ก็ลองโกรธดูสิ มันคงไม่จบแค่พี่ล้วงกางเกงนาย”


คงไม่มีใครที่ไหนพูดเรื่องแบบนี้ได้หน้าตาเฉยเท่าชเวซึงฮยอน ว่าแล้วก็จัดการล้วงมือตัวเองเข้าไปใต้กางเกงยีนส์ตัวฟิต ปลายนิ้วเกี่ยวขอบชั้นในสีขาว แกล้งดึงขึ้นมาจนมันสุด แล้วก็ปล่อยให้มันกลับลงไปดีดเนื้อขาวของจียงจนเกิดเสียงดังอย่างตั้งใจ ก่อนจะส่งยิ้มยียวนให้จียงเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้


ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนอารมณ์เสียเล็กน้อยที่ถูกแกล้ง น้อยใจที่ถูกแกล้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แขนเขาก็เล็กแค่นี้ ตัวก็บางแค่นี้ จะเอาแรงที่ไหนไปสู้กับผู้ชายที่สูงร่วมร้อยแปดสิบกว่าๆ อย่างชเวซึงฮยอนได้เล่า..


อยากจะต่อว่าคนตรงหน้าแต่ก็ไม่กล้า กลัวว่าพูดออกไปแล้วเขาจะโดนแกล้งมากกว่านี้ ทำได้ก็แค่ยืนหน้างอเบะปาก หวังให้คนตัวสูงเห็นใจเขาบ้าง 


เขาไม่ชอบเวลาที่ตัวเองจนมุมแบบนี้เลยจริงๆ 


หลังของจียงถูกดันจนติดแนบกับกระจก ข้างหน้าถูกทาบทับด้วยร่างการของชเวซึงฮยอนที่พันธนาการร่างทั้งร่างของเขาไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้าง ไร้ซึ่งทางหนีเอาตัวรอด แต่ถึงเขาจะหนีได้ ก็คงไม่รอด แถมอาจจะโดนแกล้งหนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ


“ฮยองใจร้าย” จียงเอ่ยเสียงเครือ ตัดพ้อคนตรงหน้าด้วยความน้อยใจ


“นายนั่นแหละที่ใจร้ายจียง”


“ตรงไหนกันฮยอง ตรงไหนกันที่ผมใจร้าย”


เสียงอู้อี้ที่ฟังพอได้ความดังขึ้น ถ้าใครช่างสังเกต คงจะรู้ว่าจียงเบ้ปากเป็นรอบที่ร้อยของวันแล้วก็คงจะเป็นได้..ปากแดงๆ น่าจูบ ยั่วยวนซึงฮยอนเสียเหลือเกิน..


“สิ่งที่นายกำลังทำจียง สิ่งที่นายกำลังทำตอนนี้นั่นแหละที่ใจร้าย”


“ฮยองผมไม่เข้าใจ”


จียงไม่เข้าใจอย่าที่พูดจริงๆ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกระทำอะไรของเขาที่ซึงฮยอนบอกว่าใจร้าย ทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ แต่คนตรงหน้ากลับกล่าวหาว่าเขาใจร้าย..


“นายไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอจียง..ว่าการที่นายทำหน้าตาแบบนี้” มือหนาลูบไล้โครงหน้าสวยอย่างเบามือ “ทำปากแบบนี้” นิ้วเรียวไล้แผ่วผิวบนริมฝีปากบางสวย “ออดอ้อนฉันเสียงหวานแบบนี้..มันใจร้ายที่สุดเลยจียง”
ไร้เสียงตอบรับจากควอนจียง ปมที่ขมวดกันไว้ที่คิ้วสวยยังคงไม่คลายออก “ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”


ริมฝีปากได้รูปฉีกยิ้มกว้าง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหูเล็ก ก่อนกระซิบบางอย่างที่ทำให้คนฟังหยุดนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด.. “ทุกการกระทำของนายมันเหมือนกับนายกำลังฆ่าฉันทั้งเป็น..จียง”


“พี่นั่นแหละที่ใจร้าย”


ใบหน้าสวยช้อนตาขึ้นมองซึงฮยอน กัดริมฝีปากอิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ท่าทีเง้างอนชวนให้คนมองใจเต้นเป็นระส่ำเพราะความน่ารักน่าเอ็นดูราวกับลูกสุนัขขนปุยตัวน้อยๆ ที่ออดอ้อนเจ้าของ 


“เพราะสิ่งที่พี่ทำมันกำลังฆ่าผมทั้งเป็นเหมือนกัน”

 

 

 

 

- - - - - - - - - - 

 

 

 


คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจหากมีผู้ชายหน้าตาดีถึงสองคนเดินจับมือกับเดินทอดน่องไปตามทางเท้าข้างถนนอย่างไร้จุดหมาย แสงแดดแรงจัดส่องจ้ากระทบผิวกายจนรู้สึกร้อน อากาศร้อนในยามบ่ายเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่สำหรับคนที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวหนามาเดินกลางแจ้งแบบนี้ ‘ยอมทนร้อนเพราะอยากใส่เสื้อตัวโปรด’ คนที่ทำแบบนี้ได้ก็เห็นจะมีอยู่คนเดียว..


‘ควอนจียง’


มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อแพรวพราวที่เกาะตามใบหน้าออก ใบหน้าหวานมุ่ยลงด้วยความหงุดหงิด เมืองหนาวอย่างประเทศเกาหลีไม่น่าจะร้อนจนเขาเหงื่อออกได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่านี่เขาร้อนเพราะอากาศหรือว่าร้อนเพราะคนข้างๆ กันแน่.. 


ตาเรียวเหลือบมองคนข้างกายที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินโดยที่ยังกุมมือเขาเอาไว้แน่น ริมฝีปากอิ่มลอบยิ้มบางๆ ให้กับความน่ารักของคนรัก ทั้งๆ ที่ซึงฮยอนก็รักเขามากขนากนี้แท้ๆ ทั้งๆ ที่เขาก็อยากจะอยู่กับซึงฮยอนทุกช่วงเวลาของลมหายใจ แต่ทำไมถึงต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับเขา


รู้สึกเสียดายช่วงเวลาที่เขาไม่ได้อยู่กับซึงฮยอน..


ร่างสูงเหลือบมองคนรักที่เดินขมวดคิ้วหน้าบึ้งตึง เหงื่อไหลจนชุ่มใบหน้า ทั้งๆ ที่จียงก็ไม่ใช่คนขี้ร้อนซะทีเดียว แต่ทำไมถึงได้เหงื่อออกมากมายในขณะที่เขาแทบจะไม่มีเหงื่อเลยด้วยซ้ำ 


ไม่นานนักเขาก็นึกออก หน้าร้อนแบบนี้ แต่จียงกลับใส่เสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาออกมาเดินกลางแจ้ง แถมท่อนล่างยังเป็นกางเกงยีนสืสีซีดตัวฟิตที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด


ใบหน้าเล็กที่แดงก่ำเพราะความร้อนจากแสงแดด ประกอบกับเหงื่อที่ไหลจนท่วมตัวแบบนี้มันทำให้เขานึกถึงตอนที่..


“ฮยอง..ผมร้อนจัง”


เสียงใสทำให้ซึงฮยอนหลุดจากความคิดแปลกๆ ของเขา.. นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่? แย่จริงๆ เลยให้ตายสิ เขาไม่ควรคิดเรื่องแบบนี้ในตอนนี้ด้วยซ้ำ..ไม่สิ..ไม่ควรจะคิด ไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็ตาม


“ใครใช้ให้นายใส่เสื้อผ้าแบบนี้ออกมาเดินเล่นข้างนอกล่ะ”


“ก็ผมไม่รู้ว่ามันจะร้อนขนาดนี้นี่นา..”


ดูเหมือนว่าจะเป็นคำแก้ตัวของจียงเสียมากกว่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่จะออกมาเขาบอกจียงแล้วแท้ๆ ว่าอากาศมันร้อน แต่จียงก็ยังดื้อดึงบอกเขาว่ายังไงก็จะใส่เสื้อตัวนี้ออกมา แต่ทำไมเมื่อกี้ถึงบอกกับเขาว่าไม่รู้เสียได้


“จียงพี่บอกนายแล้วนะว่าอากาศมันร้อน แต่นายก็ดื้อจะใส่เสื้อตัวนี้มาเอง”


ขึ้นเสียงใส่เหมือนต้องการจะดุคนข้างๆ ที่ทำตัวเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต แต่ที่จริงแล้วซึงฮยอนแค่อยากแกล้งซะมากกว่า การได้เห็นหน้ามุ่ยๆ ของจียงเปรียบเสมือนความสุขที่แสนล้ำค่าของชเวซึงฮยอน


“ไม่เห็นต้องดุกันเลยนี่..” เด็กหนุ่มครางเสียงอ่อย ปากน้อยๆ ยื่นออกมาอย่างแสนงอน 


“ก็มันน่าดุมั้ยล่ะ? สุดท้ายตัวเองก็ต้องมาเดินเหงื่อโชกขนาดนี้ สภาพดูไม่ได้เลย”


“ดูไม่ได้ก็ไม่ต้องดู ไม่ได้ขอร้องให้มาดูสักหน่อย”


ท่าทางแสนงอน นี่ถ้าไม่ติดว่ามีผู้คนเดินผ่าน ป่านนี้เขาคงจับมาหอมสักทีสองที จียงชอบทำตัวน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหว แต่พอเขาทำอะไร ฝ่ายนั้นก็ชอบตัดพ้อว่าเขาใจร้าย ชอบแกล้งอยู่เรื่อยไป 


ไม่รู้บ้างหรือยังไงว่าตัวเองนั่นแหละที่ใจร้าย ไม่ใช่เขาเลยสักนิดเดียว..


“ใครว่าไม่อยากดู? ใครว่าไม่อยากมอง? ไม่รู้ตัวหรือไงจียง..ว่านายน่ะอยู่ในสายตาพี่ตลอดเวลา”


หยอดคำหวานใส่พลางกระชับมือที่จับกุมให้แน่นขึ้น สายตาทอดมองคนรักด้วยสายตาที่อยากเกินอธิบาย เปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันแสนบริสุทธิ์ ทุกความรู้สึกส่งผ่านทางสายตาของซึงฮยอน บรรยากาศรอบกายช่างแสนหวานราวกับทั้งท้องถนนนี้มีเพียงแค่ชายหนุ่มสองคนที่พลอดรักกันอยู่เท่านั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย


ตาเรียวหลุบต่ำลงหลบสายตาร่างสูงตรงหน้าที่ยังคงจ้องมาอย่างไม่ลดละ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวแถมยังขึ้นสีแดงจัด จียงยกมือข้างที่ไม่ได้จับมือซึงฮยอนลูบหน้าตัวเองเบาๆ


ตอนนี้ความร้อนจากอากาศไม่ได้มีผลอะไรต่อเขาเลยสักนิด แต่คนที่กำลังยืนจับมือเขาอยู่ต่างหากที่ทำให้ร่างกายของเขามันร้อนรุ่มไปหมด หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แค่คำพูดเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำไมถึงทำให้เขาใจเต้นแรงได้ขนาดนี้


บางทีมันอาจจะไม่สำคัญว่าพูดอะไร แต่มันสำคัญตรงที่ใครเป็นคนพูดต่างหาก..


“ฮยอง..เราจะยืนอยู่ตรงนี้กันอีกนานแค่ไหนเหรอ?”


คำพูดที่ถูกใช้เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย จียงยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากพื้นเลยด้วยซ้ำ เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ โน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหูเล็ก เอ่ยคำพูดที่แสนธรรมดาแต่กลับแฝงไปด้วยความหมายที่ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย “แล้วเราจะไปที่ไหน หรือทำอะไรกันดีล่ะ”


“ที่ไหนก็ได้..ที่ๆ ผม..ไม่ร้อน”


“งั้น..ที่ห้องพี่เป็นไง?”


“ไม่เอาฮยอง..ไม่เอา”


ผมสีบลอนด์ทองปลิวไสวไปตามแรงสะบัดหน้า จียงตอบซึงฮยอนเสียงอ่อย พลางส่ายหน้าไปมาสองสามที เขาไม่ชอบเวลาที่ซึงฮยอนทำตัวแบบนี้เลยสักนิด มันทำให้เขาทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะยืนอยู่ตรงไหน 


“แล้วอยากไปไหน?”


“ผมอยากกินไอศกรีม..”


ไม่รู้ว่าสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปนั้นเรียกว่าตอบไม่ตรงคำถามหรือเปล่า เขาแค่อยากได้อะไรเย็นๆ ที่คิดว่าคงจะช่วยดับความร้อนในร่างกายเขาได้ คิดแต่เพียงว่าบางทีซึงฮยอนอาจจะถามไม่ตรงกับคำตอบที่เขาเตรียมเอาไว้


จียงดึงมือออกจากการจับกุมของร่างสูง มือเล็กจับขอบเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวหนา ก่อนดึงออกจากร่างอย่างเชื่องช้า ตอนนี้จียงเหลือเพียงแค่เสื้อกล้ามสีขาวเนื้อบางที่ใส่เอาไว้ด้านใน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสื้อตัวใหญ่หรือว่าจียงกันแน่ที่ตัวเล็ก คอเสื้อมันถึงได้ร่นลงมาอยู่ในระดับที่มากพอที่จะทำให้หัวใจของชเวซึงฮยอนไม่อยู่นิ่ง รอยสักรูปดราก้อนบอลที่ไหล่ซ้ายเผยออกมาเป็นบางส่วน แขนเสื้อกล้ามคว้านลึกจนเผยให้เห็นรอยสักรอยใหญ่คำว่า ‘Forever Young’ ที่สักเอาไว้ข้างลำตัว ที่แขนขาวทั้งสองข้างมีรอยสักอีกสามรอยที่ล้วนแล้วมีความหมายทั้งนั้น มือหนาลูบไล้รอยสักที่ด้านหลังของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง


“สักเยอะขนาดนี้ ไม่เจ็บบ้างหรือไง?“


ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กๆ “ยอมเจ็บเพื่อแลกกับความสุข”


“เสียดายผิวสวยๆ ของนายจะแย่ ทำไมถึงสักเยอะขนาดนี้? แล้วนี่ไปสักเพิ่มมาใช่มั้ย?”


ซึงฮยอนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง สามรอยแรกทีจียงสักเขาก็พอรับได้อยู่หรอก แต่หลังๆ มานี่รอยสักจียงเริ่มจะมีสีสันแล้วก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จียงชอบหนีเขาไปสัก แถมพอเขาดุก็เถียงว่าเป็นความสุขส่วนตัวจนเขาว่าอะไรต่อไม่ได้


“ช่างเถอะน่า ไปหาอะไรเย็นๆ กินกันได้แล้ว ผมอยากกินไอศกรีม พี่ลืมไปแล้วเหรอ?”


จียงยื่นเสื้อแจ็คเก็ตให้ซึงฮยอนถือ ขาเรียวก้าวเดินนำไปร้านเบเกอรี่เล็กๆ ตรงหัวมุมถนน เสียงกระดิ่งที่ห้อยกับประตูร้านดังขึ้นเมื่อจียงผลักประตูกระจกเข้าไป ร่างบางฉีกยิ้มให้พนักงานที่เดินมาต้อนรับอย่างสุภาพ ปากอิ่มบอกพนักงานว่าอยากได้ความเป็นส่วนตัวสักหน่อย ก่อนจะเป็นฝ่ายถูกนำไปยังโต๊ะตัวเล็กกะทัดรัดตรงมุมอับของร้าน


บรรยากาศในร้านหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นเค้กและกลิ่นกาแฟที่ปะปนกันอย่างลงตัว ผนังสีน้ำตาลอ่อนๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เสียงเพลงเบาๆ ที่ถูกเปิดคลอไปด้วยทำให้รู้สึกดีอย่างประหลาด


วันนี้ที่ร้านไม่ค่อยมีคนมากนัก  จียงเลยทำตัวสบายๆ ไม่เหมือนกับคราวก่อนที่เคยมา เพราะว่าร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยที่ซึงฮยอนกับจียงเรียนอยู่ ถ้าจะมีคนมาทักก็คงไม่แปลก แต่จียงไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายเวลาที่เขาอยู่กับซึงฮยอน..


ร่างสูงที่เดินตามมาทีหลังหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับร่างบาง ไล่สายตามองที่เมนูก่อนจะเอ่ยปากสั่งเมนูที่คนตัวเล็กต้องย่นจมูกแล้วบ่นว่าหวานด้วยความที่ตนไม่ชอบ ก่อนที่ร่างบางจะหันไปสั่งไอศกรีมรสช็อคโกแลตกับพนักงาน


“ทำไมชอบกินอะไรหวานๆ”


“แล้วทำไมนายถึงชอบกินอะไรที่มันขมๆ”


“ผมถามพี่นะ พี่มาย้อนถามผมทำไม”


ซึงฮยอนแกล้งถอนหายใจให้จียงเห็น ก่อนจะแกล้งหยอดคำหวานจนคนตัวเล็กต้องหน้าแดงอีกครั้ง .. 


“ก็เพราะว่าตอนนี้พี่กินนายไม่ได้ เพราะฉะนั้น..พี่ก็เลยต้องหาอะไรที่มันรสชาติหวาน..เหมือนกับนายแทน”


“ฮยอง..แกล้งกันอีกแล้ว”


ไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปมากกว่านี้ บทสนทนาก็จบลงเพราะพนักงานยกของที่สั่งเอาไว้มาเสิร์ฟ จียงก้มหน้าก้มตาตักไอศกรีมของตัวเองเข้าปากโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ร่างสูงกำลังนั่งจ้องตัวเองอยู่เลยสักนิดเดียว 


ไม่นานนักไอศกรีมในถ้วยของจียงก็หมดลงพร้อมกับที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง จียงขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในจานของคนตรงนั้นยังไม่มีรอยถูกตักกินเลยแม้แต่ครั้งเดียว


“กินยังไง เลอะเทอะเหมือนเด็กๆ”


หน้าตาเหรอหราของจียงทำให้ซึงฮยอนหลุดขำ ปลายนิ้วโป้งปาดคราบไอศกรีมที่ติดอยู่รอบริมฝีปากบาง ก่อนจะป้ายมันลงบนลิ้นของตัวเองอย่างละเลียดเหมือนต้องการจะชิมรสชาติขมปร่าแต่แฝงด้วยความหวานของริมฝีปาก..


เป็นอีกครั้งที่ในหน้าเล็กแดงก่ำ ไม่รู้ว่าวันนี้ทั้งวันซึงฮยอนทำให้เขาหน้าแดงแบบนี้มากี่รอบแล้ว จียงรู้สึกเหมือนโลกหมุน เกลียดตัวเองทุกครั้งที่ต้องใจเต้นแรงเพราะการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของชเวซึงฮยอน


“หวาน”


“ไอศกรีมเหรอ?”


“เปล่า นายต่างหากที่หวาน”


“พี่แกล้งผมอีกแล้ว” เสียงหวานตัดพ้ออย่างเง้างอน เขาโดนซึงฮยอนแกล้งอีกแล้ว..


“ถ้าไม่รักก็คงไม่แกล้ง”


ทุกความรู้สึกส่งผ่านเพียงแค่คำพูดเดียว สองสายตาสอดประสายกันหวานเชื่อม ราวกับโลกนี้ทีเพียงเราสอง ซึงฮยอนโน้มตัวเข้าจูบริมฝีปากบาง จียงดูเหมือนจะขัดขืนในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ยอมเปิดปากให้เขาสอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมควานหวางในโพรงปาก ร่างเล็กจูบตอบเข้าอย่างรู้งาน จูบหวานที่ปนไปความเย็นและรสชาติของไอศกรีมในปากจียงให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป รู้สึกดี ..


เพราะว่าทั้งคู่ยังอยู่ในร้านเบเกอรี่ ซึงฮยอนจึงค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างเสียดาย ริมฝีปากได้รูปส่งยิ้มให้คนรัก ก่อนจะพิงหลังไปกับโซฟาทำท่าทางเหมือนเมื่อสักครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“พี่ทำแบบนี้ทำไม? ไม่เห็นเหรอว่าที่นี่มันที่สาธารณะน่ะ”


“ก็แค่อยากชิมไอศกรีม..”


“พี่ก็สั่งเอาใหม่สิ ผมจ่ายให้ก็ได้”


“ไอศกรีมรสอะไร ก็ไม่หวานเท่ารสที่ฉันได้ชิมจากปากนายหรอกจียง”

 

 

 

 

TO BE CONTINUED.. 

 

 

- - - - - - - - - -

 

อัพช้ามาก ขอประทานอภัย ช่วงนี้งานเข้าเยอะมากค่ะ ไม่มีเวลาปลีกตัวมาเขียนฟิคเลย - /\ -

ถ้าเจอคำผิดขอโทษด้วยค่ะ อาจจะเยอะนิดนึงเพราะรีบมาก บวกกับว่ารีบเอาลงแล้วคนตรวจคำไม่อยู่ด้วย

ไม่รู้ว่าจะฟินเหมือนกับที่สปอยล์ไว้มั้ย เค้าพยายามแล้วน้าาาาาาาา T ^ T

Comment

Comment:

Tweet

โอ๊ยยยย ตอนนี้หวานเกิ๊นนนนนนนนน
จียงพูดเหมือนตัวเองกำลังจะตายพรุ่งนี้เลยอ่ะ เป็นโรคอะไรรึเปล่า
แล้วแต่งงานกับใคร แชรินเหรอ
โอ่ยยย งงไปหมด 555+

#3 By Paniety on 2012-10-19 21:24

มาอ่านแล้วๆ
ตอนนี้หวานเนอะครีม ฮ่าๆ
ปล.ใครหนอใครสอนภาษาไทยเพื่อนฉันคนนี้เนี่ย

#2 By masomi on 2012-04-07 00:03

ฟินสิค่ะ
มันหวานมากกกกกก
อยากชิมด้วยคนอ่ะ ไอย๊ะ 5555555
น่ารักมากกกกกกกกก
ถึงมากที่สุด สมกับที่รอคอย อิอิ

แต่มันคืออะไรที่ทำร้าย
ทำไมจีถึงบอกว่าท็อปใจร้าย
มันน่าสงสัย และน่ากลัวว่าจีจะเป็นอะไรหรือเกิดอะไร
ทำให้ไม่สามารถอยุ่กะท็อปได้อ่า

มาต่ออีกนะค่ะ
ชอบมาเลยเรื่องนี้ สนุกๆๆ

#1 By mintaname on 2012-04-06 21:55

Recommend