ladyygholic View my profile

[LF] Tomorrow - part 3

posted on 18 Mar 2012 16:34 by noocream445 in Fiction directory Fiction
Title : Tomorrow
Part : 3
Author : ladyygholic
Pairing : TEMG
Rate : PG13
 
 
 
 
 
 
3
 
 
 
 
รถพอร์ชสีดำขลับถูกจอดเอาไว้ในลานจอดรถย่านสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เจ้าของรถคือชายหนุ่มสูงร่วมร้อยแปดสิบกว่าๆ ร่างสูงเดินอ้อยอิ่งเข้าไปในงาน หลบหลีกผู้คนมากมายก่อนจะเดินขึ้นไปยังโซนวีไอพีที่อยู่บนชั้นสองของผับ วันนี้ซึงฮยอนใส่กางเกงยีนส์รัดรูป เสื้อยืดสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อสูท ถ้าคนอื่นใส่อาจดูธรรมดา แต่นี่เป็นชเว ซึงฮยอน แค่นี้ก็มากพอที่จะสะดุดตาใครต่อใคร ส่วนเรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนๆ นี้ ก็ตีราคาได้มากพอที่จะซื้อรถดีๆ ได้สักคันหนึ่ง
 
ซึงฮยอนสอดส่องสายตาหาคนรู้จัก ไม่นานนักก็เจอซึงรียืนอ้อล้อสาวอยู่ไม่ไกล ร่างสูงทำท่าจะขยับตัวเดินเข้าไปหา ประจวบเหมาะกับรุ่นน้องหันมาเห็นเขาเข้าพอดี เด็กหนุ่มจึงปลีกตัวจากหญิงสาวแล้วเดินมุ่งตรงมาหาซึงฮยอน
 
“ผมนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก” 
 
“แล้วแกคิดว่าถ้าฉันไม่มา แล้วชีวิตฉันจะอยู่ดีมีสุขหรือยังไง?” ซึงฮยอนพูดติดตลก
 
“เออใช่ เห็นพี่ดองอุคถามหาพี่อยู่” ซึงรีขมวดคิ้วเหมือนนึกอะไรบางอย่าง “รู้สึกเหมือนจะอยากให้พี่ไปเจอใครบางคน”
 
“ใคร?” เขาถามต่อ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่ารุ่นพี่ชเว ดองอุคอยู่ในอารมณ์ไหน และคิดจะทำอะไร แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่เกิดผลดีกับตัวเขา..
 
คนอย่างชเว ดองอุคเคยคิดที่จะทำอะไรที่มันธรรมดาซะที่ไหนล่ะ? 
 
ร่างสูงไหวไหล่ก่อนจะผละตัวเดินจากซึงรีเข้าไปส่วนที่ลึกกว่าเดิม โซนวีไอพีมีคนไม่มากนัก มันเลยเป็นเรื่องง่ายที่จะมองหาใครสักคน โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นเป็นเจ้าของที่นี่แล้วด้วยล่ะก็..
 
“ชเว ซึงฮยอน” เสียงเรียบเอ่ยเรียกชื่อเขา ร่างสูงเหลียวตัวหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอผู้ชายหน้าสวยที่ยืนวางท่าราวกับราชินี ดูหยิ่งยโสโอหังไม่มีใครเทียบได้ เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะเรียกชื่อฝ่ายนั้นกลับบ้าง.. “ชเว ดองอุค”
 
“นายมาช้านะ” 
 
อีกฝ่ายจิกหางตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ รุ่นพี่ดองอุคเชิดหน้าใส่เขา ทำเหมือนกับเขาได้กระทำให้สิ่งที่ผิดมหันต์ลงไป ซึงฮยอนแกล้งทำเป็นยิ้ม พลางพูดตอบอย่างลอยหน้าลอยตา 
 
“ก็ดีกว่าไม่มาก็แล้วกัน”
 
“มีใครอยากให้นายเจอหน่อย”
 
“ใคร?” คิ้วหนาเลิกขึ้นด้วยความสงสัย
 
“เดี๋ยวก็รู้เอง”
 
 
 
- - - - - - - - - - 
 
 

ซึงฮยอนเดินตามหลังชเวดองอุคจนถึงด้านในสุดของโซนวีไอพี คนข้างหน้ามองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาใครสักคน ก่อนจิ๊ปากเสียงดังอย่างขัดใจเมื่อมองไม่เห็นคนที่ต้องการ 
 
เขาเห็นว่าไม่มีใคร เลยแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างๆ โจซองมินอย่างถือวิสาสะ ก็เห็นที่มันว่างอยู่ อีกอย่างก็ไม่มีใครทักท้วงอะไร นั่นก็แปลว่าที่นั่งตรงนี้ไม่มีเจ้าของ.. แต่ถึงจะมี ก็ไม่เห็นจะต้องแคร์
 
แต่ตอนนี้คนที่ซึงฮยอนอยากให้แคร์ตัวเขาเองก็คือโจซองมิน.. ถ้ามันเลิกนัวเนียกะสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายแล้วหันมาสนใจเขาบ้างก็คงจะดีอยู่ไม่น้อย
 
มือหนาฉกฉวยแก้วสีอำพันในมือคนข้างๆ ขึ้นมาดื่ม โจซองมินขมวดคิ้วมองเขา พลางตบเบาๆ ที่สะโพกสาวๆ เป็นเชิงให้ลุกออกไป ก่อนที่จะหันมาสบถอะไรบางอย่างใส่เขา ซึ่งชเว ซึงฮยอนก็ไม่ได้สนใจฟังสักเท่าไหร่ 
 
“อยากกินก็ไปชงเอาใหม่ดิวะ มาแย่งของกูทำไม”
 
คนข้างตัวแย่งแก้วเหล้าในมือเขาออกไป ซึงฮยอนยกยิ้มที่มุมปาก พลางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ตาคมดุดันจ้องมองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะคว้าแก้วเหล้าในมือโจซองมินมาดื่มอีกรอบเหมือนต้องการจะยั่วโทสะ เรื่องแกล้งคนไม่ใช่งานยาก เขาออกจะชอบด้วยซ้ำไป ในเมื่อเมินเขาก่อน ชเว ซึงฮยอนคนนี่จะขอแกล้งกลับบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
 
“เหรอ แต่กูอยากกินแก้วนี้ มึงไม่อยากกินแก้วเดียวกับกู มึงก็ไปชงเอาใหม่สิ”
 
โจ ซองมินมองเขาตาขวาง “เดี๋ยวมึงกับกูได้เห็นดีกันแน่” ร่างโปร่งชี้หน้าคาดโทษเขา ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปคุยอะไรบางอย่างกับรุ่นพี่ดองอุค
 
สายตาที่รุ่นพี่หน้าสวยมองมาที่เขามันทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ สองคนนั้นยืนอยู่ในระยะที่ไกลเกินกว่าหูของเขาจะได้ยินเสียงอะไร แถมอีกอย่าง ที่นี่ก็เปิดเพลงเสียงดังจนกลบเสียงทุกอย่างไปหมด ถ้าเขายังได้ยินสองคนนั้นคุยกันอยู่ เขาก็คงจะไม่ใช่คนแล้วล่ะ
 
ไม่รู้ว่าสองคนนั้นคิดจะทำอะไร แต่ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเขา จะไม่คิดที่จะสนใจเลยสักนิดเดียว..
สองสามนาทีให้หลัง โจซองมินก็เดินยิ้มกริ่มกลับมานั่งลงที่เดิมพร้อมกับแก้วเหล้าแก้วใหม่ในมือ ทุกอย่างดูปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และก็ไม่มีอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึงฮยอนไม่ได้นึกติดใจอะไร สนุกไปกับงานจนลืมทุกอย่างไปเสียสนิท
 
เสียงฮือฮาจากฝูงชนเรียกความสนใจจากซึงฮยอนได้ไม่น้อย เขาหันไปหาโจซองมินเพื่อจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฝ่ายนั้นก็ได้แต่ยิ้มมุมปากเหมือนกำลังพอใจอะไรสักอย่าง..
 
ฝูงชนข้างหน้าแหวกออกเหมือนรู้งาน ตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างบางที่กำลังครองฟลอร์แดนซ์อย่างไม่เกรงใจใคร ซึงฮยอนเห็นหน้าไม่ชัดนัก แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ
 
ตาขวาของเขากำลังกระตุกถี่รัวอย่างไม่คิดชีวิต..
 
กางเกงหนังสีแดงตัวฟิตเผยให้เห็นขาเรียวยาวเหมือนขาของหญิงสาว เสื้อคอกว้างสีขาวนั้นบางมากพอที่จะเห็นอะไรต่อมิอะไรภายใต้ผืนผ้า ผิวขาวเปล่งประกายยามต้องแสงไฟ เด็กหนุ่มมีเสน่ห์จัด ยิ่งยามที่ฝ่ายนั้นลูบไล้ฝ่ามือตัวเองไปตามร่างกาย ยิ่งชวนหลงใหล น่ามอง..
 
ซึงฮยอนจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้ แสงไฟสลัวทำให้เขามองเห็นหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัดเจนนัก แต่กลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยเหลือเกิน
 
“บางทีจียงก็ไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่คิดนะว่ามั้ย”
 
เขาได้สติเมื่อเสียงโจซองมินเอ่ยดังขึ้น คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ มันเกี่ยวอะไรกับจียง?
 
“นายพูดอะไร? จียงทำไม?”
 
“หึ เต้นยั่วยวนซะขนาดนั้น ถ้าขืนนายยังนั่งอยู่ตรงนี้ ระวังเสือมันจะงาบไปกินซะหมด”
 
ตาคมเบิกกว้างหลังจากคนข้างๆ พูดจบ เขาตกใจไม่น้อยกับคำพูดของโจซองมิน ไม่ได้คาดหวังว่าจะไม่ได้เจอกับจียงที่นี่ แต่ไม่นึกว่าคนที่เต้นอยู่ตรงหน้าเขานั้นจะเป็นจียง เพราะถ้าจียงจะทำแบบนี้ได้ก็มีทางเดียวเท่านั้นก็คือ..เมา
 
หรือว่าจียงเมา?!
 
“ซองมิน! นี่มึงเอาเหล้าให้จียงกินเหรอ?!”
 
“ใครจะไปรู้ ทั้งผับไม่ได้มีแค่กูคนเดียวนี่หว่า”
 
“มีมึงคนเดียวที่รู้ว่าจียงเป็นแบบนี้ตอนที่เมา”
 
“แค่กูคนเดียวจริงๆ น่ะเหรอ?” โจซองมินฉีกยิ้ม ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร
 
ซึงฮยอนหยุดคิดถึงคนที่รู้เรื่องนี้ได้อีกนอกจากซองมิน จะมีใครที่รู้เรื่องนี้อีก? เพราะปกติจียงก็ไม่เคยไปเมาเรี่ยราดที่ไหน นอกจากที่ห้องเขาแล้วก็ห้องของพี่ดองอุค..
 
หรือว่าจะเป็นชเว ดองอุค?
 
“ชิท!” ร่างสูงสบถคำหยาบคาย ก็จะหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปหาร่างบางที่เต้นอยู่กลางฟลอร์ 
 
มือหนาคว้าข้อมือบางก่อนกระชากเข้าหาตัว เขาลากจียงออกมาจากฟลอร์พาออกไปข้างนอก หวังว่าลมเย็นๆ จะช่วยให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว
 
แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด.. แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบคอหนา ส่งสายตาหวานเยิ้มเหมือนกำลังยั่วยวนผู้ชายตรงหน้า ร่างบางหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ บดเบียดร่างกายเข้าหาจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว
 
“ซึงฮยอนฮยอง” 
 
จียงครางเรียกชื่อเขาเสียงหวานเครือ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ยินจียงเรียกเขาแบบนี้อีก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญในตอนนี้ จียงกำลังเมา และแน่นอนว่าเขาคงคาดหวังอะไรกับคนเมาได้ไม่มากนัก
 
ตอนแรกเขากะจะพาจียงเดินไปที่รถ แต่ดูสภาพแล้วจียงคงเดินไม่ไหว เพราะลำพังแค่ยืนก็ยังต้องอาศัยพิงตัวเขาไว้ ไม่อย่างนั้นก็คงมีคนได้ลงไปนั่งกองกับพื้นเป็นแน่ ซึงฮยอนก้มลงมองร่างบางที่ยืนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมอก ถอนหายใจครั้งหนึ่ง ก่อนช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้ม
 
ซึงฮยอนจำใจที่จะต้องอุ้มจียงแบบที่อุ้มพวกผู้หญิง ถ้าขืนอุ้มพาดบ่า คงไม่วายอ้วกให้เลอะเสื้อผ้าเขาเล่น หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้สึกถึงสายตาหลายคู่จับจ้องมองมายังเขา เขาไม่ใช่คนหน้าบางอะไร แต่ถูกจ้องแบบนี้ก็คงไม่ช่วยให้รู้สึกดี จียงเองก็เป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัย เขาเองก็พอมีคนรู้จักบ้าง แต่ก็คงไม่เท่ากับจียง
 
นิ้วหัวแม่โป้งมือกดปุ่มปดล็อครถบนรีโมท ร่างสูงเปิดประตูรถออก ค่อยๆ ก้มลงวางร่างบางบนเบาะข้างคนขับ เขากลัวว่าจียงจะตื่น แต่ไม่ทันจัดท่าทีให้เรียบร้อย จียงก็ลืมตา สอดคล้องมือโอบรอบคอหนา หัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ พอใจนักที่ได้แกล้งเขา 
 
“จียง ไม่เอา อย่าทำแบบนี้”
 
แทนที่จะปล่อย แขนเรียวเล็กกลับโอบรัดเขาแน่นกว่าเดิม ลมหายใจใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งปนกับกลิ่นกายของจียงทำให้หัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าสวยของจียงอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูกสัมผัส ยากเกินที่จะห้ามใจ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะทำ จียงไม่ใช่ของเขาแล้ว เขาไม่ควรทำอะไรให้มันเกินเลยไปกว่านี้ ซึงฮยอนยังคงเตือนใจตัวเองอยู่ทุกครั้ง แต่ทุกอย่างก็พังเพียงแค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของจียง
ซึงฮยอนไม่อาจต้านทานใจเอาไว้ได้..
 
ไม่ทันได้ตั้งตัว จียงก็โน้มคอเขาลงไปจูบ สัมผัสที่คุ้นเคยแนบริมฝีปากลงมาบดเบียดครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเองก็ไม่อาจห้ามใจ เผลอพลั้งไปกับความยั่วยวนของจียง
 
เสียงจียงครางอืออย่างชอบใจ ซ้ำยังเหนี่ยวคอเขาลงไปจูบมากกว่าเดิม เนิ่นนาน..แต่แฝงไปด้วยความร้อนแรงและรสชาติหวานของริมฝีปาก 
 
เขาผละตัวออกจากจียง ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปมากกว่านี้ไม่ได้ มือหนาเอื้อมแกะมือของจียงออก ฝ่ายนั้นก็ดื้อดึงไม่ยอม ร้องครางอืออย่างขัดใจ เพราะแบบนี้เขาถึงไม่อยากให้จียงกินเหล้า เมาแล้วเป็นแบบนี้ ไม่ไหวหรอกนะ
 
“ฮยอง”
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเสียงผู้ชายถึงหวานได้เพียงนี้ ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงต้องตกหลุมพรางหลงเสน่ห์ของจียงจนไม่ลืมหูลืมตา จียงเป็นคนมีเสน่ห์มากเสียจนล้น และนั่นมันไม่เป็นผลดีต่อเขาเลยแม้แต่น้อย เขาต้านทานเสน่ห์ของจียงไม่ไหว ใกล้กันทีไร ร่างกายก็ทำตามหัวใจมากกว่าความถูกต้องทุกที
 
“ไม่เอาน่าจียง ไม่ทำแบบนี้”
 
“ฮยอง..พี่ไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ?”
 
คำพูดของจียงกำลังทำให้เขาร้อนเป็นไฟ ทำไมเขาจะไม่คิดถึง เขาโหยหาร่างบางตรงหน้ามาโดยตลอด แต่แบบนี้มันไม่ดีเลย แชรินจะเสียใจแค่ไหนหากรู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรกับจียง 
 
“จียง ไม่เอา ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
 
“ทำไมผมจะทำไม่ได้ล่ะ คนรักกันเขาก็ทำกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าพี่ไม่รักผมแล้ว? ไม่ชอบผมแล้วใช่มั้ยฮยอง?”
 
คิดไม่ถึงว่าคนเมาจะพูดมากได้ขนาดนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้จียงเมาอยู่จริงๆ หรือเปล่า ทำไมจียงถึงพูดแบบนี้ มันทำให้เขาสับสนไปหมด ทำไมจียงถึงพูดตัดพ้อราวกับว่าเจ้าตัวยังมีใจให้ผมอยู่ทั้งๆ ที่จียงก็เป็นฝ่ายทิ้งเขาเองแท้ๆ
 
คนตรงหน้าคิดจะทำให้เขาเจ็บไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?
 
“ผมรักพี่..”
 
“นายโกหกจียง พี่รู้”
 
“ฮยอง.. คนเมาเขาไม่พูดโกหกกันหรอกใช่มั้ย?”
 
“ไม่มีคนเมาที่ไหนรู้ว่าตัวเองกำลังเมาหรอกจียง”
 
“ผมรู้เพราะว่าผมกำลังเมาความรักที่มีให้พี่จนล้นต่างหากล่ะ..ซึงฮยอนฮยอง..”
 
จุกจนพูดอะไรไม่ออก จียงดูเหมือนคนเมามากก็จริง แต่คำพูดคำจาไม่เหมือนกับที่คนเมาทั่วไปเขาพูดกันเลยสักนิด คำพูดเพียงไม่กี่คำกลับมีผลต่อความรู้สึกเขามากถึงเพียงนี้
 
“ถ้านายไม่ได้เมา..งั้นช่วยบอกพี่ที่ได้มั้ยว่านายทิ้งพี่ไปทำไม?”
 
คาดหวังกับคำตอบมากเหลือเกิน เขาอยากรู้เหตุผล อยากรู้ทุกอย่างว่าทำไมจียงถึงเลือกที่จะทิ้งเขาไปถ้าจียงยังรักเขาอยู่เหมือนที่เจ้าตัวพูดออกมา
 
“ฮยอง.. ผมบอกพี่ไม่ได้หรอกนะ”
 
“ทำไมล่ะจียง?”
 
“ผมบอกพี่ไม่ได้จริงๆ”
 
จียงปล่อยมือออกจากคอเขา สายตาสอ